สอบถามและประเมินอาการฟรี
แบตเสื่อม ดูยังไง

แบตมือถือเสื่อม ดูยังไง? ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ พร้อมวิธีเช็กก่อนเครื่องพัง!!

ทุกวันนี้มือถือแทบเป็นอวัยวะที่ 33 ของหลายคน แต่สิ่งหนึ่งที่เสื่อมตามเวลาแน่นอนคือ “แบตเตอรี่” หลายคนใช้ไปเรื่อย ๆ จนเครื่องเริ่มรวน ดับเอง ชาร์จไม่เข้า หรือแบตบวมดันจอ แล้วค่อยรู้ตัวว่าแบตเสื่อม ในบางกรณี แบตเตอรี่ที่เสื่อมมากๆก็พาเครื่องพังไปด้วย ซึ่งถ้ารู้ตัวก่อนเราอาจจะใช้เครื่องได้คุ้มค่าหรือนานกว่านี้ได้

บทความนี้จะพาเช็กว่าแบตมือถือเสื่อมหรือยัง ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ และอาการไหนที่ไม่ควรฝืนใช้ต่อเด็ดขาด

แบตมือถือเสื่อม คืออะไร?

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในมือถือมีอายุการใช้งานจำกัด เมื่อผ่านการชาร์จหลายรอบ ความสามารถในการเก็บประจุจะลดลง ทำให้แบตหมดไว เครื่องรวนและหน่วงช้า หรือจ่ายไฟไม่เสถียร

โดยทั่วไปแบตมือถือจะเริ่มเสื่อมชัดเจนหลังใช้งานประมาณ 1.5 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งาน และการเลือกใช้หัวชาร์จและสายชาร์จ ถ้าใช้งานอุปกรณ์ชาร์จที่ไม่มีคุณภาพแบตมีโอกาสจะเสื่อมได้ไวกว่าอายุแบตจริงๆ

อาการที่บอกว่า “แบตมือถือเริ่มเสื่อม”

1. แบตหมดไวผิดปกติ

เมื่อก่อนใช้ได้ทั้งวัน ตอนนี้เหลือครึ่งวันก็ต้องชาร์จเพิ่ม แม้ใช้งานเท่าเดิม นี่คืออาการอันดับแรกที่เจอบ่อยที่สุด

สัญญาณที่ควรระวัง

  • แบตลดเร็วแม้ไม่ได้เล่น
  • เปิดกล้องหรือเล่นเกมแล้วแบตไหล
  • ชาร์จเต็ม 100% แต่ลดไวมาก

2. เครื่องหน่วงและประมวลผลช้าลง

กรณีนี้จะเกิดขึ้นในช่วงที่เปอร์เซ็นแบตเหลือน้อย เครื่องจะหน่วงและช้าอย่างเห็นได้ชัด เหตุเพราะว่าแรงดันไฟจากแบตที่เสื่อมจะไม่พอ ทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

3. แบตเปอร์เซ็นต์แกว่ง

เช่น

  • จาก 30% เหลือ 5% ทันที
  • ปิดเครื่องเองทั้งที่ยังเหลือแบต
  • รีสตาร์ทเองตอนถ่ายรูปหรือเล่นเกม

อาการนี้มักเกิดจากแบตเสื่อมจนค่าการเก็บประจุไฟที่มีหน่วยเป็นมิลลิแอมป์เพี้ยน เช่น เดิมแบตใหม่ๆเชาร์จเต็ม 100% จะเก็บไฟได้ที่ 5,000 มิลลิแอมป์ เมื่อแบตเสื่อมชาร์จเต็ม 100% อาจเก็บไฟได้แค่  4,000 มิลลิแอมป์เท่านั้น จึงทำให้เวลาไฟในแบตลดเปอร์เซ็นต์แบตจึงลดแบบก้าวกระโดด

4. ชาร์จนานผิดปกติ หรือชาร์จไม่เข้า

หากเปลี่ยนสาย ชุดชาร์จแล้วอาการไม่หาย อาจไม่ใช่ปัญหาที่สาย แต่เป็นตัวแบตเริ่มเก็บไฟไม่ได้แล้ว

5. แบตบวม ดันหน้าจอ หรือฝาหลังโก่ง

นี่คืออาการอันตรายที่สุด ห้ามกดหรือเอาของแข็งแหลมงัดหรือทิ่มเข้าไปเพราะตัวแบตอาจลุกไหม้ได้ หากสังเกตว่า

  • หน้าจอยก
  • ฝาหลังนูน
  • ตัวเครื่องประกบไม่สนิท

ให้หยุดใช้งานทันที เพราะแบตบวมมีโอกาสทำให้จอแตก แพรในเครื่องเสีย หรืออุปกรณ์ภายในอื่นเสียเพิ่ม

วิธีเช็กสุขภาพแบตมือถือ

iPhone เข้าไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่ หากค่า Battery Health ต่ำกว่า 80% ถือว่าเริ่มเสื่อมและควรเปลี่ยน

Android มือถือ Android บางรุ่นมีเมนูสุขภาพแบตในเครื่อง หรือใช้แอปตรวจสอบได้ เช่น AccuBattery ควรดูร่วมกับอาการใช้งานจริง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขอย่างเดียว

ควรเปลี่ยนแบตเมื่อไหร่?

ควรเปลี่ยนทันที ถ้ามีอาการเหล่านี้

  • แบตบวม
  • ดับเองบ่อย
  • หน่วงหรือช้าเมื่อแบตใกล้หมด
  • แบตไหลเร็วมาก

แต่ถ้าใช้งานแล้วเริ่มรำคาญ หรือพกพาวเวอร์แบงก์ตลอดเวลา การเปลี่ยนแบตก็มักคุ้มกว่าฝืนใช้ต่อ

ฝืนใช้แบตเสื่อมต่อ เสี่ยงอะไรบ้าง?

หลายคนคิดว่า “แค่แบตหมดไว” แต่จริงๆ อาจลามได้มากกว่านั้น เช่น

  • จอเสียจากแบตบวมดัน
  • เมนบอร์ดเสียจากไฟไม่นิ่ง
  • เครื่องดับระหว่างใช้งานสำคัญ
  • อุปกรณ์ภายในอื่นๆเสียหายจะไฟที่ไม่เสถียร

บางเคสค่าเสียหายจากการฝืนใช้แพงกว่าค่าเปลี่ยนแบตหลายเท่า

เปลี่ยนแบตมือถือ ควรเลือกร้านยังไง?

ก่อนเปลี่ยนแบต ควรดูว่า

  • ใช้แบตคุณภาพดี มี มอก.  
  • มีการรับประกัน
  • ตรวจเช็กเครื่องก่อนซ่อม
  • ใช้ช่างมีประสบการณ์
  • มีเครื่องมือและมาตรฐานงานซ่อม

เพราะแบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนสำคัญ หากใส่แบตไม่มีคุณภาพ ทำให้ไม่คุ้มค่าและทำเครื่องพังได้

สรุป

แบตมือถือเสื่อมเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรปล่อยจนแบตเริ่มบวม ดับ หรือพังตามจุดอื่น หากเริ่มมีอาการแบตหมดไว หน่วงช้า หรือเปอร์เซ็นต์แกว่ง ควรรีบตรวจเช็กก่อนเกิดความเสียหายหนักกว่าเดิม การเปลี่ยนแบตใหม่ในเวลาที่เหมาะสม มักช่วยยืดอายุเครื่องได้อีกหลายปี และคุ้มกว่าซื้อเครื่องใหม่แบบไม่จำเป็น

Best Quality Fast Service

contact us

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง