


ถ่ายรูปแล้วเจอ “จุดดำ” อยู่ตำแหน่งเดิมทุกภาพ? หรือภาพดูมัว เบลอ เหมือนมีฝ้าบางๆ ตลอดเวลา?กล้องจับโฟกัสไม่ได้ มัวตลอดเวลา?
เลือกอ่าน
หากคุณกำลังเจออาการแบบนี้มีโอกาสสูงว่า ฝุ่นเข้ากล้องมือถือ ซึ่งพบได้ทั้งในเครื่องของ Apple เช่น iPhone และแบรนด์ Android อย่าง Samsung, OPPO, vivo
อาการหลักที่เกิดเมื่อฝุ่นเข้ากล้อง
เบื้องต้นให้ลองสังเกตด้วยตาเปล่าว่าที่กล้องมีฝุ่นติดอยู่ไหม? แนะนำให้ใช้ไฟฉายส่องเพราะฝุ่นอาจมีขนาดเล็กและสีกลมกลืนไปกับโมดูลกล้อง การเพิ่มไฟทำให้เราสังเกตุเห็นฝุ่นได้ชัดมากขึ้น ถ้าไม่เห็นก็แสดงว่า ส่วนที่เสียหายอาจเป็นที่โมดูลกล้องด้านในแทน
ซึ่งอาการเหล่านี้มาจากสารเคลือบใสที่บริเวณผิวกระจกเลนส์กล้องเสื่อมหรือละลาย
จุดสังเกตสำคัญ : ถ้าเช็ดเลนส์ด้านนอกแล้วไม่หาย แสดงว่าฝุ่นอยู่ “ภายในโมดูลกล้อง”
แรงตกกระแทก ทำให้บอดี้บิดเบี้ยว เกิดช่องเกิดรูได้
ถ้าประกอบไม่แน่น หรือซีลกันน้ำไม่ได้มาตรฐาน ฝุ่นสามารถเล็ดลอดเข้าได้
ช่องว่างเล็กๆ ทำให้ฝุ่นเข้าได้ง่าย
เช่น โรงงาน ไซต์งานก่อสร้างฝุ่นขนาดเล็กมากๆอาจเล็ดลอดเข้าไปค่อยๆสะสมจากเล็กน้อยกลายเป็นก้อนใหญ่
✔ รื้อทำความสะอาดเลนส์กล้องจากภายใน
ราคาโดยประมาณ: 800 – 1,500 บาท
✔ รื้อทำความสะอาดเลนส์กล้องภายใน พร้อมถอดโมดูลกล้องเพื่อเป่าฝุ่น ทำความสะอาดกระจกเลนส์กล้องเพิ่มเติม
ราคาโดยประมาณ: 1,000 – 2,500 บาท
✔ ต้องเปลี่ยนโมดูลกล้องใหม่ ราคาจะแตกต่างกันในแต่ละรุ่น :
ไม่จำเป็น ในหลายกรณี “ล้างทำความสะอาด” ก็เพียงพอ
ร้านที่มีประสบการณ์จะตรวจเช็กก่อนว่า:
การแกะล้างทำความสะอาดในส่วนที่มีฝุ่น จะไม่ไปแตะเลนส์กล้องโดยไม่มีความจำเป็น เพราะสารเคลือบใสไวต่อน้ำและน้ำยาทำความสะอาดมาก สารเคลือบใสเหล่านี้อาจเสื่อมสภาพได้ง่ายๆถ้าไปโดน
การเปลี่ยนทั้งโมดูลโดยไม่จำเป็น = เสียเงินเกินจริง
จำไว้ว่า เลนส์สกปรกไม่ใช่กล้องเสีย หลายร้านซ่อมที่ไม่เข้าใจ แจ้งเปลี่ยนกล้องอย่างเดียวทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น
ลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมจากการแกะล้าง
โดยเฉพาะรุ่น Pro เทสระบบกันสั่น เทสการโฟกัสของกล้องทุกระยะ ดูทั้งในที่มือและสว่างพอ
การแกะเครื่องจะต้องแกะหน้าจอและรื้อระบบกล้องออก ราคาที่ถูกเกินไปอาจมาพร้อมกับความไม่รับผิดชอบได้
ควรรีบแก้ อย่าปล่อยไว้นาน :
เพราะหากปล่อยไว้นาน ความชื้นอาจสะสมจนทำให้ “เซนเซอร์เสียถาวร” ต้องเปลี่ยนยกชุด ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงกว่า 2–3 เท่า
