YukiFix
เลือกอ่าน
คู่มือดูแลมือถือ · iPhone และ Android
มือถือหายทำยังไง?
ตั้งค่า 8 อย่างนี้ไว้ก่อน
เตรียมพร้อมค้นหาเครื่อง ล็อกข้อมูล และปกป้องบัญชีสำคัญ ก่อนวันที่มือถือไม่ได้อยู่กับเรา
มือถือหาย สิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่แค่ราคาเครื่อง แต่รวมถึงรูปส่วนตัว LINE อีเมล และบัญชีสำคัญที่อยู่ข้างใน ถ้ามือถือหายแล้ว ให้รีบใช้ Find My หรือ Find Hub เพื่อตรวจตำแหน่งและล็อกเครื่อง จากนั้นติดต่อเครือข่ายมือถือและผู้ให้บริการบัญชีที่เสี่ยง
แต่ถ้าเครื่องยังอยู่กับเรา ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะที่สุดในการเตรียมตัว บทความนี้รวบรวม 8 การตั้งค่าและข้อมูลที่ควรจัดเตรียมไว้ก่อนมือถือหาย พร้อมวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุจริง
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามภาษา รุ่น และเวอร์ชันระบบ หากหาไม่เจอ ให้ใช้ช่องค้นหาในแอปการตั้งค่า ฟีเจอร์บางอย่างมีเฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับ และไม่รับประกันว่าจะค้นพบเครื่องทุกกรณี
เลือกอ่านการตั้งค่าที่ต้องการ
มือถือหายแล้ว ควรทำอะไรก่อน?
- ตรวจตำแหน่งและล็อกเครื่อง ถ้าคาดว่าหล่นอยู่ใกล้ตัว ให้ลองสั่งส่งเสียง หากหาไม่พบหรือสงสัยว่าถูกขโมย ให้เปิดโหมดสูญหายทันที สำหรับ Android ที่ตั้งค่า Remote Lock ไว้ สามารถขอล็อกผ่าน android.com/lock ได้ด้วย
- ติดต่อเครือข่ายมือถือ ขอระงับซิมหรือ eSIM และสอบถามการออกซิมใหม่ เพื่อควบคุมการใช้งานหมายเลขและลดความเสี่ยงจาก OTP หากมีผู้ช่วย ให้ทำพร้อมกับการล็อกเครื่อง
- ดูแลบัญชีที่เสี่ยง ใช้อุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ตรวจอีเมลหลัก บัญชี Apple/Google และบัญชีโซเชียล หากสงสัยว่าถูกเข้าถึง ให้เปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจการลงชื่อเข้าใช้ ติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการเพื่อให้ช่วยจัดการการเข้าถึงหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ
- เก็บหลักฐาน บันทึกตำแหน่งพร้อมเวลา เลข IMEI หมายเลขเครื่อง และหลักฐานการซื้อ หากถูกขโมยให้แจ้งตำรวจ ตำแหน่งบนแผนที่อาจเป็นตำแหน่งโดยประมาณหรือข้อมูลครั้งล่าสุด
- พิจารณาลบข้อมูลจากระยะไกล เมื่อความเสี่ยงต่อข้อมูลสูงหรือคิดว่าไม่ได้เครื่องคืน อ่านผลของคำสั่งก่อนยืนยัน เพราะข้อมูลที่ไม่ได้สำรองไว้อาจสูญหาย และ Android จะไม่แสดงตำแหน่งใน Find Hub หลังลบข้อมูลแล้ว
สำหรับ iPhone อย่าถอดเครื่องที่หายออกจาก Find My แม้จะสั่งลบข้อมูลแล้ว เพราะการถอดออกจะยกเลิก Activation Lock ส่วนการค้นหา ล็อก และลบข้อมูลมีเงื่อนไขต่างกันตามสถานะเครื่องและการเชื่อมต่อ คำสั่งบางอย่างอาจต้องรอเครื่องกลับมาออนไลน์
iPhone และ Android
01เปิดระบบค้นหามือถือ และทดสอบจากเครื่องอื่น
ระบบค้นหาเครื่องต้องเตรียมไว้ก่อนหาย อย่าคิดว่ามีบัญชี Apple หรือ Google แล้วแปลว่าทุกอย่างพร้อม ควรเข้าไปตรวจให้แน่ใจ
iPhone: เปิด Find My ให้ครบ
การตั้งค่า > [ชื่อของเรา] > ค้นหาของฉัน > ค้นหา iPhone ของฉัน
- เปิดค้นหา iPhone ของฉัน
- เปิดเครือข่ายค้นหาของฉัน เพื่อช่วยค้นหาเมื่อออฟไลน์ในเงื่อนไขที่รองรับ
- เปิดส่งตำแหน่งที่ตั้งล่าสุด เพื่อส่งตำแหน่งเมื่อแบตเตอรี่ต่ำมาก
การค้นหาขณะเครื่องปิดรองรับเฉพาะบางรุ่นและมีข้อจำกัดด้านเวลา ไม่ได้หมายความว่าจะติดตามเครื่องได้ตลอดแม้แบตเตอรี่หมด
Android: เปิด Find Hub และการค้นหาออฟไลน์
ตรวจว่าเครื่องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google และเปิดบริการตำแหน่ง จากนั้นเข้า การตั้งค่า > ความปลอดภัย > Find Hub/ศูนย์การค้นหา แล้วเปิดการอนุญาตให้ระบุตำแหน่งอุปกรณ์
ตรวจการค้นหาออฟไลน์ที่ การตั้งค่า > Google > บริการทั้งหมด > Find Hub > ค้นหาอุปกรณ์ที่ออฟไลน์อยู่ เลือกตัวเลือกที่ใช้เครือข่ายตามความเหมาะสม และตั้งรหัสล็อกหน้าจอไว้ด้วย การค้นหาเมื่อปิดเครื่องหรือแบตเตอรี่หมดมีเฉพาะรุ่นที่รองรับ
ลองใช้งานจริง: เปิดเว็บค้นหาเครื่องจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อถือได้อีกเครื่อง ตรวจว่าเห็นมือถือและลองสั่งส่งเสียง หลังทดสอบบนเครื่องที่ยืมมาให้ลงชื่อออก อย่าทดลองสั่งลบข้อมูล
iPhone และ Android
02ตั้งรหัสล็อกหน้าจอที่เดายาก และเปิดไบโอเมตริก
หลีกเลี่ยง 123456 เลขซ้ำ วันเกิด และเลขท้ายเบอร์โทร เลือก PIN ที่เดายาก เช่น 6 หลักขึ้นไป หรือใช้รหัสตัวอักษรผสมตัวเลขหากเครื่องรองรับ
เปิด Face ID, Touch ID หรือสแกนนิ้วควบคู่กัน แต่ยังต้องรักษารหัสเครื่องให้ดี เพราะระบบจะขอรหัสในบางสถานการณ์ เช่น หลังรีสตาร์ต ส่วนการสแกนใบหน้าของ Android มีระดับความปลอดภัยต่างกันตามรุ่น ควรดูคำแนะนำของผู้ผลิต
ตั้งให้หน้าจอล็อกอัตโนมัติในช่วงเวลาที่เหมาะสม และใช้มือบังเวลาพิมพ์รหัสในที่สาธารณะ คนที่รู้รหัสเครื่องอาจมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลหรือเปลี่ยนการตั้งค่าบางอย่างได้
สำหรับ iPhone
03iPhone: เปิดการปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย
การตั้งค่า > Face ID และรหัส หรือ Touch ID และรหัส > ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย
Stolen Device Protection ใช้ได้ใน iOS 17.3 หรือใหม่กว่า ช่วยเพิ่มการป้องกันในกรณีที่ผู้ขโมยรู้รหัสเครื่อง การดำเนินการสำคัญบางอย่างต้องยืนยันด้วย Face ID หรือ Touch ID โดยใช้รหัสแทนไม่ได้ และการเปลี่ยนการตั้งค่าบางประเภทต้องยืนยันตัวตน รอหนึ่งชั่วโมง แล้วตรวจสอบตัวตนอีกครั้ง
หากต้องการมาตรการเพิ่มเติมแม้อยู่ในสถานที่คุ้นเคย ให้เลือก “เปิดตลอด” ในส่วน “ต้องรอเวลาเพื่อความปลอดภัย” โดยต้องเตรียมรหัสเครื่อง Face ID/Touch ID การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย Find My และตำแหน่งที่ตั้งสำคัญตามเงื่อนไขของ Apple
ฟีเจอร์นี้เพิ่มการป้องกันให้การทำงานที่กำหนดไว้ ไม่ได้ปิดกั้นทุกอย่างในเครื่อง หากเครื่องหายยังต้องรีบระบุว่าสูญหาย
สำหรับ Android
04Android: เปิด Theft Protection ที่เครื่องรองรับ
การตั้งค่า > Google > บริการทั้งหมด > การป้องกันการขโมย (Theft Protection)
- Theft Detection Lock: ช่วยล็อกหน้าจอเมื่อระบบตรวจพบการเคลื่อนไหวที่เข้าข่ายถูกฉกเครื่อง ไม่ได้ตรวจจับการขโมยได้ทุกกรณี
- Offline Device Lock: ช่วยล็อกหน้าจอหลังเครื่องที่ปลดล็อกอยู่ขาดการเชื่อมต่อและถูกใช้งานแบบออฟไลน์ตามเงื่อนไขของระบบ
- Remote Lock: เตรียมการล็อกผ่านหมายเลขโทรศัพท์ไว้ล่วงหน้า ต้องมีรหัสล็อกหน้าจอ ซิมที่ใช้งาน หมายเลขที่ยืนยันแล้ว Find Hub และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากเครื่องออฟไลน์ คำขอล็อกจะรอจนกลับมาออนไลน์
- Identity Check: หากมีเมนูนี้ ให้พิจารณาเปิดเพื่อบังคับยืนยันด้วยไบโอเมตริกสำหรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางอย่างเมื่ออยู่นอกสถานที่ที่เชื่อถือได้
ฟีเจอร์และความพร้อมใช้งานต่างกันตามรุ่นและระบบ หากเมนูไม่มีหรือเป็นสีเทา เครื่องอาจไม่รองรับ อัปเดตระบบและตรวจคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน
iPhone และ Android
05ซ่อน OTP และข้อความส่วนตัวบนหน้าจอล็อก
ตั้งรหัสเครื่องแล้ว แต่ถ้า SMS อีเมล หรือข้อความแชตแสดงเนื้อหาบนหน้าจอล็อก คนที่ถือเครื่องอยู่อาจอ่านได้โดยไม่ต้องปลดล็อก
- iPhone: การตั้งค่า > การแจ้งเตือน > แสดงตัวอย่าง > เลือกเมื่อปลดล็อก หรือไม่เลย
- Android: การตั้งค่า > การแจ้งเตือน > การแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก แล้วปิดการแสดงเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน หรือเลือกไม่แสดงการแจ้งเตือนของแอปสำคัญ ชื่อเมนูอาจต่างกัน
ลองล็อกเครื่องแล้วให้คนใกล้ตัวส่งข้อความมา ทดสอบว่าอ่านเนื้อหาไม่ได้จริง การซ่อนตัวอย่างช่วยลดการเปิดเผยบนหน้าจอ แต่ไม่ได้ทดแทนการระงับซิมเมื่อเครื่องหาย
เช็กระหว่างอ่าน: ลองล็อกเครื่องตอนนี้ ถ้ายังเห็นข้อความส่วนตัวบนหน้าจอ ให้ปรับข้อนี้ก่อน แล้วส่งเช็กลิสต์ให้คนในครอบครัวทำพร้อมกัน
iPhone และ Android
06เปิดยืนยันสองขั้นตอน และเตรียมทางเข้าบัญชีเมื่อไม่มีมือถือ
อย่าให้มือถือเครื่องเดียวเป็นทั้งที่เก็บรหัสผ่านและช่องทางยืนยันตัวตนเพียงช่องทางเดียว เพราะวันเครื่องหายเราอาจเข้าบัญชีเพื่อค้นหาเครื่องไม่ได้ด้วย
- บัญชี Apple: ตรวจที่การตั้งค่า > [ชื่อของเรา] > การลงชื่อเข้าและความปลอดภัย > การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย พิจารณาเพิ่มหมายเลขที่เชื่อถือได้อีกหมายเลขซึ่งเข้าถึงได้เมื่อเครื่องหลักหาย
- บัญชี Google: เปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนจากการตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี แล้วสร้างรหัสสำรองเก็บในที่ปลอดภัยซึ่งไม่พึ่งมือถือเครื่องนี้
- บัญชีสำคัญอื่น: ตรวจอีเมลและหมายเลขสำหรับกู้คืน รวมถึงวิธียืนยันสำรองที่แต่ละบริการรองรับ
รหัสสำรองมีความสำคัญเทียบเท่ากุญแจเข้าบัญชี ไม่ควรเก็บเป็นรูปในมือถือเพียงแห่งเดียวหรือส่งไว้ในแชตที่ผู้อื่นเข้าถึงได้ สำหรับ iPhone Apple ระบุว่าหน้า iCloud.com/find สามารถลงชื่อเข้าใช้เพื่อระบุเครื่องว่าสูญหายได้โดยไม่ต้องมีรหัสยืนยัน แต่ยังต้องรู้ข้อมูลลงชื่อเข้าใช้บัญชี
iPhone และ Android
07เปิดสำรองข้อมูล และเช็กว่าสำรองสำเร็จจริง
เปิดสวิตช์สำรองข้อมูลแล้วไม่ได้แปลว่ามีข้อมูลล่าสุดเสมอไป พื้นที่เต็ม การเชื่อมต่อขัดข้อง หรือเงื่อนไขการสำรองไม่ครบ อาจทำให้ข้อมูลไม่ได้อัปเดต
- iPhone: การตั้งค่า > [ชื่อของเรา] > iCloud > ข้อมูลสำรอง iCloud เปิดสำรองข้อมูล iPhone เครื่องนี้ และตรวจวันเวลาของข้อมูลสำรองล่าสุด
- Android: การตั้งค่า > Google > บริการทั้งหมด > สำรองข้อมูล ตรวจบัญชีปลายทาง รายการข้อมูล และสถานะการสำรอง
ตรวจรูป วิดีโอ และไฟล์สำคัญแยกด้วย อย่าสรุปว่าประวัติแชตหรือข้อมูลทุกแอปจะกลับมาครบจากข้อมูลสำรองของเครื่อง แอปแต่ละตัวมีเงื่อนไขต่างกัน ให้ตรวจเมนูสำรองหรือย้ายข้อมูลของแอปที่ใช้งานประจำเพิ่มเติม
หากข้อมูลมีความสำคัญมาก ควรมีสำเนาอีกชุดในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ดูแลความปลอดภัยไว้
iPhone และ Android
08เก็บ IMEI และเบอร์ติดต่อสำรองไว้นอกเครื่อง
ข้อนี้เป็นการเตรียมข้อมูลควบคู่กับการตั้งค่า เก็บเลข IMEI หมายเลขเครื่อง รุ่น และหลักฐานการซื้อไว้ในที่ปลอดภัยนอกมือถือ เช่น คอมพิวเตอร์หรือเอกสารที่บ้าน
ดูได้จากเมนูเกี่ยวกับเครื่องหรือกล่องเดิม บางรุ่นมี IMEI มากกว่าหนึ่งหมายเลข ควรบันทึกให้ครบ IMEI ช่วยระบุเครื่องและใช้ประกอบการติดต่อเครือข่ายหรือแจ้งความ ไม่ใช่รหัสสำหรับค้นหาตำแหน่งสดด้วยตัวเอง
เตรียมเบอร์สำรองที่ติดต่อได้จริงเพื่อใส่ในโหมดสูญหาย หาก Android มีข้อความบนหน้าจอล็อก อาจใส่ข้อความสั้น ๆ เช่น “หากพบเครื่อง กรุณาติดต่อ…” โดยใช้เบอร์สำรองที่เจ้าของเบอร์ยินยอม ไม่ควรแสดงที่อยู่บ้าน เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น
เช็กลิสต์ก่อนมือถือหาย: ข้อไหนใช้กับเครื่องเรา?
| สิ่งที่ควรเตรียม | iPhone | Android |
|---|---|---|
| ระบบค้นหาเครื่อง | Find My | Find Hub |
| รหัสล็อกและไบโอเมตริก | ตั้งรหัสและ Face ID/Touch ID | ตั้งรหัสและวิธีที่เครื่องรองรับ |
| การปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย | Stolen Device Protection | ดูข้อถัดไป |
| Theft Protection | ใช้มาตรการของ iPhone ในข้อก่อน | เปิดฟีเจอร์ที่รุ่นรองรับ |
| ซ่อนข้อความหน้าจอล็อก | ตั้งค่าแสดงตัวอย่าง | ซ่อนเนื้อหาละเอียดอ่อน |
| ทางเข้าบัญชีสำรอง | หมายเลข/อุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ | รหัสสำรองและวิธีที่บัญชีรองรับ |
| สำรองข้อมูล | iCloud หรือคอมพิวเตอร์ | Google และวิธีของแอป/ผู้ผลิต |
| ข้อมูลระบุเครื่องและติดต่อ | เก็บไว้นอกเครื่อง | เก็บไว้นอกเครื่อง |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมือถือหาย
มือถือหายและปิดเครื่องแล้ว ยังหาได้ไหม?
อาจหาได้จากเครือข่ายค้นหาออฟไลน์หรือตำแหน่งล่าสุด หากตั้งค่าไว้และรุ่นรองรับ แต่ต้องดูเวลาที่รายงานตำแหน่งด้วย จุดบนแผนที่อาจไม่ใช่ตำแหน่งปัจจุบัน
ไม่ได้เปิด Find My หรือ Find Hub ไว้ จะเปิดหลังหายได้ไหม?
ไม่ควรคาดหวังว่าจะเปิดการตั้งค่าในเครื่องที่หายจากระยะไกลได้ ให้ตรวจผ่านบัญชีว่ามีการเปิดและผูกเครื่องไว้ก่อนแล้วหรือไม่ หากไม่มี ให้เน้นระงับซิม ดูแลบัญชี และเก็บหลักฐานแทน
ใช้ IMEI ค้นหามือถือผ่านเว็บได้จริงไหม?
IMEI ใช้ระบุอุปกรณ์ ไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปค้นหาตำแหน่งสดผ่านเว็บใดก็ได้ ระวังเว็บที่ขอเงินหรือข้อมูลบัญชีโดยอ้างว่าตามเครื่องได้แน่นอน
ควรลบข้อมูลทันทีที่มือถือหายหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและโอกาสได้เครื่องคืน ให้ล็อกเครื่องหรือเปิดโหมดสูญหายก่อน แล้วพิจารณาลบข้อมูลเมื่อจำเป็น อ่านคำเตือนให้ครบ โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่ได้สำรอง และผลต่อการติดตามเครื่อง
มี SMS บอกว่าพบ iPhone แล้ว ควรกดลิงก์ไหม?
อย่ารีบกด ให้เปิดแอป Find My หรือพิมพ์ iCloud.com/find เอง Apple ระบุว่าจะไม่ติดต่อมาบอกว่าพบ iPhone ของคุณแล้ว อย่าให้รหัสเครื่อง รหัสผ่าน หรือ OTP และอย่าถอดอุปกรณ์ออกจาก Find My ตามคำขอของบุคคลอื่น
เตรียมวันนี้ ช่วยให้รับมือได้เร็วขึ้น
เริ่มจากสามอย่างที่ทำได้ทันที: เปิดและทดสอบระบบค้นหาเครื่อง เปลี่ยนรหัสที่เดาง่าย และซ่อนข้อความบนหน้าจอล็อก จากนั้นตรวจระบบป้องกันการขโมย ทางเข้าบัญชีสำรอง ข้อมูลสำรอง และข้อมูลระบุเครื่อง
YukiFix ชวนดูแลมือถือทั้งการใช้งานและการปกป้องข้อมูล เก็บบทความนี้ไว้เป็นเช็กลิสต์และส่งให้คนในครอบครัว หากต้องการอ่านคำแนะนำเพิ่มเติม ดูได้ที่ บทความและเทคนิคการใช้มือถือจาก YukiFix
ข้อมูลฟีเจอร์ตรวจสอบกับเอกสาร Apple และ Google วันที่ 3 ตุลาคม 2026 เมนูและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามการอัปเดตระบบ
แหล่งข้อมูลจาก Apple และ Google
- Apple: หาก iPhone หรือ iPad ถูกขโมย
- Google: ค้นหา รักษาความปลอดภัย หรือลบข้อมูล Android ที่สูญหาย
- Apple: เพิ่ม iPhone ใน Find My
- Google: เตรียมพร้อมค้นหา Android ที่สูญหาย
- Apple: การปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย
- Google: ปกป้องข้อมูลส่วนตัวจากการขโมย
- Apple: ตัวอย่างการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก
- Google: ควบคุมการแจ้งเตือน
- Apple: การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย
- Google: รหัสสำรองสำหรับลงชื่อเข้าใช้
- Apple: สำรองข้อมูลด้วย iCloud
- Google: สำรองและกู้คืนข้อมูล Android
ติดต่อ YukiFix
- ต้องการสอบถามเรื่องการดูแลมือถือหรือบริการซ่อม? ติดต่อ YukiFix พร้อมแจ้งรุ่นและรายละเอียดที่ต้องการสอบถาม เพื่อให้ทีมงานแนะนำได้ตรงจุด
บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง
YukiFix 13 Branch
Yukifix 13 สาขา พร้อมให้บริการ






