สอบถามและประเมินอาการฟรี
มือถือโดนน้ำ ทำยังไงดี 2026

มือถือโดนน้ำ ทำยังไงดี? วิธีลดความเสียหายก่อนถึงร้านซ่อม (2026)

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยมากกับสมาร์ตโฟนคือ มือถือโดนน้ำ ไม่ว่าจะเป็น

  • ตกอ่างล้างมือ
  • ตกสระว่ายน้ำ
  • โดนฝน
  • หรือทำน้ำหกใส่

หลายคนตกใจแล้ว รีบเปิดเครื่องเช็กทันที ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ เมนบอร์ดลัดวงจรทันที เพราะน้ำเป็นสะพานไฟ อุปกรณ์ภายในที่ชิดกันมาก  น้ำหรือความชื้นเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ IC CPU หรืออุปกรณ์ต่อเชื่อมต่างๆ ภายในเมนบอร์ดเสียหาย

บทความนี้จะอธิบาย วิธีลดความเสียหายของมือถือที่โดนน้ำก่อนถึงร้านซ่อม พร้อมสิ่งที่ ไม่ควรทำเด็ดขาด

1. รีบปิดเครื่องให้ไวที่สุดทันที (สำคัญที่สุด)

ถ้ามือถือยังเปิดอยู่ ให้ ปิดเครื่องทันที

เหตุผลคือ
น้ำสามารถทำให้ วงจรไฟฟ้าลัดวงจร ได้ หากยังมีไฟเลี้ยงอยู่ในเครื่อง

ยิ่งเปิดเครื่องนาน
ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ เมนบอร์ดเสียได้มากขึ้น แบตพัง หรือซ็อกเก็ต (Socket) ต่างๆ ไหม้เสียหาย

เครื่องที่ปิดได้เร็ว หลายครั้งไม่เสียเลย แค่แกะล้างทำความสะอาดไล่ความชื้น เครื่องก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม

2. ถอดอุปกรณ์ที่ถอดได้ออก

ควรถอดอุปกรณ์ต่อไปนี้ออกทันที

  • เคสมือถือ
  • ซิมการ์ด
  • ถาดซิม
  • เมมโมรี่การ์ด (ถ้ามี)

เพื่อให้ความชื้นระบายออกจากตัวเครื่องได้เร็วขึ้น

3. ซับน้ำภายนอกให้แห้ง

แนะนำให้ใช้

  • ผ้าแห้ง
  • กระดาษทิชชู่

เช็ดน้ำออกจากบริเวณ

  • พอร์ตชาร์จ
  • ลำโพง
  • ช่องไมค์
  • ขอบเครื่อง

สะบัดเครื่องเบาๆ ให้น้ำที่พอจะออกได้ ออกมาได้มากที่สุด ไม่แนะนำให้เคาะเพราะการสั้นสะเทือนที่แรงอาจทำให้เครื่องเสียหายเพิ่มได้

4. ถ้ายังไม่สามารถไปร้านซ่อมได้ให้วางเครื่องในที่อากาศถ่ายเท

หลังจากซับน้ำแล้ว ให้

  • วางเครื่องในที่แห้ง  

สามารถวางไว้หน้า พัดลมเบา ๆ เพื่อช่วยให้ความชื้นระเหย

5. รีบนำเครื่องไปให้ร้านซ่อมตรวจเช็ก

แม้เครื่องจะยังเปิดติดอยู่ แต่ภายในอาจมี

  • คราบน้ำ
  • คราบสนิม
  • การกัดกร่อนของแผงวงจร

ร้านซ่อมจะทำการ

  • เปิดเครื่องตรวจภายใน
  • ล้างเมนบอร์ดด้วยน้ำยาพิเศษ
  • อบไล่ความชื้น

ซึ่งช่วยลดโอกาส เมนบอร์ดเสียในระยะยาว

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เมื่อมือถือโดนน้ำ!!

หลายวิธีที่แชร์กันในอินเทอร์เน็ต จริง ๆ แล้ว ในความเชื่อบ้างอย่างเป็นความเข้าใจผิด อาจทำให้เครื่องเสียหนักกว่าเดิม มีอะไรบ้าง?

1. ห้ามเปิดเครื่องเช็กทันที

นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่อง ช็อตและพังถาวร หลายคนคิดว่าเครื่องก็ดูแห้งแล้วทิ้งไว้ 1-2วันก็แล้ว น่าจะแห้งสนิทแล้ว แต่ภายในอาจยังไม่แห้งแต่เรามองไม่เห็น

2. ห้ามเสียบสายชาร์จ

การเสียบชาร์จในขณะที่เครื่องยังมีน้ำอยู่
อาจทำให้เกิด

  • ไฟลัดวงจร
  • เมนบอร์ดไหม้

การเสียบชาร์จก็เหมือนการเปิดเครื่อง ไฟในระบบวิ่งเลี้ยงเมนบอร์ด ถ้ามีน้ำค้างอยู่เมนบอร์ดก็ลัดวงจรทันที

3. ห้ามใช้ไดร์เป่าผมเป่าร้อน

ลมร้อนที่เป่าจากทางด้านนอกเครื่องไม่มีทางจะเข้าไปไล่ความชื้นหรือน้ำที่เข้าไปภายในเครื่องได้ ซ้ำร้ายจะความร้อนจากไดร์จะทำให้

  • ซีลยางต่างๆ ละลายหรือเสียรูป
  • ทำให้จอเสีย แบคไลท์ย่น จอไหม้ เกิดดวงหรือความผิดปกติของภาพจากความร้อน
  • ขาตะกั่วละลาย IC ต่างๆเสียหายเพิ่ม

4. ห้ามแช่ข้าวสาร

วิธีนี้ ไม่ช่วยดูดความชื้นที่อยู่ด้านในออกได้ แต่ฝุ่นข้าวสารจะเข้าไปจับกับน้ำหรือความชื้นที่อยู่ภายในจนเกิดเชื้อราแทน ฝุ่นข้าวที่แห้งจะจับเป็นก้อนและทำให้ IC ต่างๆเสียหายเพิ่มแทน บ้างเครื่องเสียหายมากขึ้นจากการไปแช่ข้าวสาร

5.ไม่แนะนำให้แกะล้างเครื่องเองถ้าไม่มีประสบการณ์

ถ้าไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการซ่อมแซมและไม่มีประสบการณ์การซ่อมมาก่อน ร้อยทั้งร้อยพังเพิ่ม เช่น แกะไปแล้วจอขึ้นเส้น แกะโดนแพรกล้องขาดหรือแพร Face ID ขาด มีจุดที่ต้องระวังมากมายถ้าไม่มีประสบการณ์จริงๆให้เป็นหน้าที่ของช่างดีกว่า เพราะวิธีการที่ดูจาก Youtube เค้าไม่ได้บอกเราทั้งหมด จากเสียน้อยกลายเป็นเสียมาก

อาการที่พบบ่อย หลังมือถือโดนน้ำ

หลังจากมือถือโดนน้ำ อาจเกิดอาการต่อไปนี้

  • เปิดเครื่องไม่ติด
  • หน้าจอกระพริบ
  • จอเป็นคราบ
  • ทัชสกรีนเพี้ยน
  • ลำโพงเสียงแตก
  • ชาร์จไม่เข้า Etc.

อาการเหล่านี้เกิดจาก ความเสียหายของแผงวงจรหรือหน้าจอ

มือถือกันน้ำ ทำไมยังพังได้?

แม้มือถือหลายรุ่นจะมี มาตรฐานกันน้ำ IP67 หรือ IP68

แต่ความจริงคือ

  • ซีลกันน้ำเสื่อมตามเวลา
  • เครื่องเคยตกกระแทก
  • เคยแกะซ่อมมาก่อน

จึงทำให้ น้ำสามารถเข้าเครื่องได้

สรุป

ถ้ามือถือโดนน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ

  1. ปิดเครื่องทันที
  2. ซับน้ำออกจากตัวเครื่อง
  3. อย่าเสียบชาร์จ
  4. อย่าใช้ไดร์เป่าร้อน
  5. รีบนำเครื่องไปให้ร้านซ่อมตรวจเช็ก

การดำเนินการเร็ว จะช่วย ลดโอกาสเมนบอร์ดเสียและลดค่าซ่อมได้มาก

Best Quality Fast Service

Contact us

บทความอื่นเกี่ยวข้อง